เรื่องเล่าจากปู่เย็น

posted on 25 Sep 2008 16:46 by banraksuk in ThaiDhamma

 

เรื่องเล่าของปู่เย็น จากรายการ ฅนค้นฅน ปี 2547

 

 

ปู่เย็น วัย 106 ปี ของชายชราคนหนึ่งน่าจะพูดได้ว่า เลยภาวะไม้ใกล้ฝั่งไปแล้วหลายขุม ปู่อยู่ตัวคนเดียว เคยมีเมียแต่ไม่มีลูก เพราะปู่เป็นหมัน ถ้าปู่มีลูกไม่แน่ว่าป่านนี้ลูกๆ ของปู่จะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ แต่ สำหรับปู่ ยังไงปู่ก็ยังไม่ตายแน่ๆ นอกจากยังไม่ตาย ปู่ยังแข็งแรงใช้ได้ ไม่ว่าร่างกายหรือหัวใจ

ปู่เป็นมุสลิมเมืองเพชร แต่เมียปู่เป็นไทยพุทธแถวประจวบ ทั้งสองครองรักกันยืนยาวโดยไม่มีฝ่ายใดได้ เปลี่ยนรีตเปลี่ยนรอยศาสนา รวมทั้งในชีวิตไม่เคยมีพิธีกรรมออกหน้าออกตาอันใด ใช้หัวใจหรือหัว อะไรบ้างก็ไม่รู้ล่ะ รู้แต่ว่าอยู่กันมายืนยาวกว่าไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร ย่าขี้เกียจอยู่ดูโลก จากปู่ไปก่อน ตอนอายุ 92 ปี ปู่ถึงตอนนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะจากโลกนี้ไปไหน แต่ตอนย่าจากไปปู่ร้องไห้ อยู่ 3 เดือน

ชายชราคนหนึ่ง ร้องไห้กับการจากไปของหญิงชราคนหนึ่งนาน 3 เดือน คงไม่ใช่เพราะความขี้แย นับแต่วันที่ย่าจากไป ปู่ก็ออกจากบ้านเช่าราคาเดือนละแปดร้อยบาท ขนทรัพย์สมบัติที่มีอยู่ไม่กี่ชิ้นในชีวิต มาอยู่บ้านหลังใหม่ ไม่มีเสา ไม่มีหลังคา ยาวราวๆ 2 วา กว้างแค่ 2 ศอก บ้านของปู่เป็นเพียง เรือลำเล็กๆ ลอยอยู่ในลำน้ำเพชร นับถึงปัจจุบัน ปู่กิน อยู่ หลับนอน อยู่ในเรือมานานนับสิบปี โดยมี การงานแห่งชีวิตเพียงอย่างเดียว คือ การดักอวนหาปลา

ทุกวันปู่จะจอดเรือนั่งๆ นอนๆ อยู่ใต้สะพานลำใย ซึ่งทอดเชื่อมระหว่างบ้านหม้อ กับตลาดวัดท่อ พอเย็นๆ ก็จะเริ่มพายเรือออกไปหาที่วางอวน ปู่จะกู้อวนคืนละ 2 ครั้ง ดึกๆ ครั้งหนึ่ง รุ่งเช้าอีกครั้ง หนึ่ง ได้ปลา ปู่ก็จะเอาใส่กะละมังหิ้วขึ้นมาขายที่ตลาดวัดท่อในตอนเช้า ก่อนเดินกลับลงไปพักผ่อน ชม เวลาเลือนผ่านชีวิตไปโดยไม่วิตกทุกข์ร้อน หรือไม่ก็ซ่อมอวนอยู่ในเรือนเรือ

ปู่ไม่ชอบให้ใครสงสารปู่ แต่ปู่ชอบสงสารคนอื่น ปู่มักจะขายปลาที่นับวันยิ่งหายากในราคาถูกๆ คนที่มาซื้อเห็นปู่ขายถูก ยิ่งขอซื้อให้ถูกเข้าไปอีก แต่ปู่ก็ไม่ว่าอะไร นานปีทีหนจึงจะมีคนใจดี ซื้อปลาไม่กี่ตัว ให้ เงินเกินมา ไม่เอาเงินที่ปู่ทอนกลับไป แบบนี้ปู่ไม่ว่าอะไร แต่ถ้าใครให้ปู่ฟรีๆ มีปัญหาทันที

 

ผมเคยถามว่า ทำไมปู่ไม่ไปขอความเมตตาจากใครๆ เขา คนแก่ๆ ยังไงๆ ใครๆ ก็สงสาร ปู่บอกว่า ไม่เอา ไม่ชอบที่สุด ดูแต่หอยซิ ไม่มีมือมีตีน มันยังหากินได้เอง (รู้จักมั้ยหอยน่ะปู่ย้ำ) ประสาอะไร กับคนมีมือมีเท้า หากินเองไม่ได้ก็อายหอย

ปู่คิดและเชื่อแบบนี้ แต่มีคนมากมายที่ไม่ได้คิดและเชื่อแบบปู่ ปู่อาจดูโง่และน่าหมิ่นแคลนในสายตาของคนเหล่านั้น แต่ปู่ไม่มีวันหมิ่นแคลนตัวเอง ขณะปู่อยู่ในเรือ คนเหล่านั้นอาจกำลังนั่งถือขันอยู่ตามสะพานลอย หรือไม่ก็กำลังข่มขู่ทุบตีเพศแม่ที่เป็นเมียตอนที่ตัวเองกำลังเมา กำลังขูดรีด โก่งราคา จี้ปล้น ฉ้อ โกง ฮั้วสัมปทาน เล่นแร่แปรหุ้นในตลาดเงิน

ไม่ว่าความฉลาด ความโง่ ความดี ความชั่ว ความนับถือ และการให้ค่าในการมีชีวิต แน่นอนว่า คน พวกนั้นต่างกับปู่ ขณะที่ปู่คิดว่าคนเราไม่ว่าเฒ่าชะแร แก่ชราแค่ไหน หากยังมีลมหายใจ ก็ต้องพยายาม อยู่ให้ได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง โดยไม่เอารัดเอาเปรียบ และเบียดเบียนใคร พูดง่ายๆ ว่ารับผิดชอบดู แลตัวเอง หาอยู่หากินเอง ว่างั้นเหอะ

ปู่อาจไม่รู้จักคำว่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ในหัวสมองปู่อาจไม่ มีคำว่าชีวิตที่สง่างาม ความหยิ่งทะนง แต่ปู่มีสิ่งเหล่านี้อยู่ในชีวิต ซึ่งบางทีคนที่ใช้คำเหล่านี้หากินบ่อยๆ เสียอีกที่ชีวิตไม่มีสิ่งเหล่านี้

ปู่เบียดบังชีวิตตัวเองได้ แต่ไม่เคยเอาเปรียบเบียดบังชีวิตคนอื่น ปีนี้ปู่กะว่าจะอยู่ในเรือเป็นปีสุดท้าย ปู่กะว่าจะรีไทร์ตอนอายุ 106 ปี หน่วยกิตสุดท้ายที่ปู่ตั้งใจว่าจะทำให้ได้ คือ หาเงินอีก 3 พันบาท เพื่อไปรวมกับที่มีอยู่แล้ว 7 พันบาท จากการเก็บสะสมมาชั่วชีวิต เพื่อให้ได้หมื่น

ปู่คิดว่าถ้ามีเงินถึงหมื่น กินแบบเขียมๆ คงจะพอกินไปจนตาย ไม่รู้ปู่คิดในใจไว้แล้วรึยังว่า จะตายตอน อายุเท่าไหร่เพื่อให้ได้เงิน 3 พัน ปู่ต้องพายเรือจากอำเภอท่ายาง มายังเมืองเพชร เป็นระยะทางเกือบ 30 กิโลเมตร ซึ่งต้องแวะค้างอ้างแรมริมฝั่งหนึ่งคืน ปู่บอกแบบไม่อนาทรว่าไปเรื่อยๆ อยากนอนตรงไหนก็ จอดนอนตรงนั้น ไม่ร้อนใจ จอดนอนตรงไหนก็ลงอวนตรงนั้น ได้ก็ช่าง ไม่ได้ก็ช่าง

ที่ปู่ต้องพายเรือมา เพราะปีที่แล้วหน้าน้ำหลาก ปู่จ้าง 'พวกกัน' ลากเรือขึ้นบก มาไว้บ้านญาติรุ่นหลานที่อำเภอท่ายาง เพราะว่าเรือของปู่ซึ่งเป็นเรือเหล็กสนิมกินจนรั่ว ปู่เอาเรือขึ้นไปปะ กะว่าหมดหน้าน้ำหลาก หลังออกพรรษาจะลงมาหาปลาในลำน้ำเพชร เป็นเที่ยวสุดท้ายยั่ว 'พวกกัน' จะไม่เอาค่าลากเรือ ปู่บอกไม่ได้ ไม่งั้นไม่ต้องเป็นพวกกัน 'พวกกัน' บอกว่าถ้างั้นเอา สองร้อยปู่หายไปพักใหญ่ ก่อนกลับมาบอกไม่ได้ต้องสี่ร้อย สองร้อยถูกไป ไปถามราคาคนอื่นมาแล้ว 'พวกกัน' บอกว่า ถ้างั้นสามร้อยแล้วกัน ปู่บอกว่าแหม..มันเกรงใจพวกกัน' บอกไม่เป็นไร ถ้าใครถามจะบอกห้าร้อย ปู่เลยยอม

ปู่ลงมาปลายเดือนธันวา สองเดือนผ่านไป ขณะที่สุขภาพปู่แย่ลง ปู่เพิ่งพบว่าปีนี้ ปลาในแม่น้ำเพชร ไม่ได้หาง่ายเหมือนปีก่อนๆ อีกแล้ว บางวันปู่ไม่ได้ปลาแม้แต่ตัวเดียว ส่วนใหญ่ได้วันละไม่กี่ตัว พอยาไส้ แต่ไม่พอขายให้ได้เงิน 3 พันเงิน 3 พันสำหรับบางคนต้องเดิมพันด้วยชีวิต เงิน 3 พันล้านสำหรับบางคนแค่กระดิกนิ้วเซ็นไม่กี่แกร็กก็ได้

โลกนี้น่ารักเหลือร้ายจริงๆ ปู่จะได้เงินครบ 3 พันหรือไม่ พรุ่งนี้ผมจะไปอุ้มปู่กลับบ้าน ผมคิดว่าโลกคงไม่ต้องการการพิสูจน์ใดๆ จากปู่อีกแล้ว แต่ผมไม่ลืมหรอกครับ ว่าปู่ต้องการอะไรขนาดดูทีวีแล้วยังกลับมาอ่าน อ่านแล้วน้ำตาไหลเลย เลยไม่ท้อชีวิตเหมือนเมื่อก่อน  .......

  สาธุ _/\_   

edit @ 25 Sep 2008 17:06:31 by บ้านรักษ์สุข

Comment

Comment:

Tweet

Blogs are so informative where we get lots of information on any topic. Nice job keep it up!!wink
http://zsimpsons.com/

#6 By watch simpsons (58.97.155.52) on 2012-03-31 21:33

The blog is absolutely fantastic. Lots of great information and inspiration, both of which we all
need. Thanks.<a href=\\\"http://www.clixsense.com/\\\">ptc</a>

#5 By ptc (59.152.102.222) on 2012-03-10 04:10

Nice blog i appreciate on hard work nice article post keep it up.

#4 By Business Logo Design (182.178.97.165) on 2011-11-12 12:27

It’s really great post. I would like to appreciate your work and would like to tell to my friends. Thanks for sharing

#3 By Online Degree (115.186.94.106) on 2011-02-14 13:26

it's good to see this information in your post, i was looking the same but there was not any proper resource, thanx now i have the link which i was looking for my research.

#2 By Dissertation Writing (116.71.16.46) on 2011-02-08 01:59

I have been visiting various blogs for my dissertation writing assignment research. I have found your blog to be quite useful. Keep updating your blog with valuable information... Regards

#1 By dissertation writing (182.178.112.92) on 2010-10-05 11:55